[แปล] Gradus Vita - Hellsing OVA Ending song

posted on 20 Jun 2011 02:12 by mwhikaru in MyFavorites
Gradus Vita
(ก้าวเดินแห่งชีวิต)
 
 Hellsing OVA Ending song
  
 
 


 


*Beterarium Deus.
เทพเจ้าแห่งยุคโบราณกาล

Mons dormio Deus,
เทพเจ้าแห่งภูผาที่หลับไหล
Renuntio decerto terra agminatim.
ทรงประกาศสงครามแก่กองทัพบนโลกา
Nobis spiritus! 
ด้วยจิตวิญญาณของพวกเรา


Amatum floris campus, oblivisror fremitus,
ดอกไม้แห่งความรักบนความป่าเถื่อน โดยลืมความหวาดผวา


verecundum sonitus.
กลายเป็นจังหวะแห่งความเจิศจ้า


Deus obliverat, ratio aeternus
เทพผู้ลืมเลือนกับเหตุผลร้อยแปดประการ
Bapulo pluvit, asper ventus,
สายฝนอันตระการตา เสียดสีด้วยสายลม
hir passus dona renuntio.
ก่อนที่การขับไล่ไสส่งจะเริ่มเคลื่อนตัว

Gradus vita, non est causa.
ไม่มีความหมายที่มากไปกว่าการก้าวเดินของชีวิต
An desiderium caelum
มีเพียงแต่ท้องนภาเท่านั้นที่จะหลงเหลืออยู่ได้นานกว่าสิ่งใด


Despecto veneri filia,
ธิดาแห่งความเคารพและการดูหมิ่น
carpo quan ob rem herba,
สิ่งใดที่มาคู่กับสมุนไพรในตระกร้า?
et e animus, venenum?
การเยียวยาจิตวิญญาณหรือเป็นยาพิษ?

Lanquam rota, vapularis,
ราวกับถูกกงกรรมกงเกวียนคอบควบคุม
vurnus non sitio terrus bibulum
โลกาจะได้รับการบรรเทาเมื่อแผลเป็นได้สลายไป


*(ย้อน)


Ura e Deus nos, inter caelum tonitrus,
เทพเจ้าทรงกริ้วแล้ว ฟ้าร้องดังกึกก้องบนท้องฟ้า
Biolatum corpus, Guerra Lessatum!
แขนขาของข้าจะถูกบดขยี้เพื่อยุติสงคราม
Utur diabolum ulbis, gehennalis terrarius,
มุ่งสู่อาณาจักรของปีศาจร้าย แผ่นดินแห่งนรกโลกันต์

Amor! Oblitus hic me, Desperatio!
ผู้เป็นที่รักเอ๋ย จงลืมตัวข้าด้วยความสิ้นหวังเถิด

[Fic] [gintama] SAKURA BIYORI #3

posted on 08 Jun 2011 23:19 by mwhikaru in MyFiction

ฉันนั่งเหม่อมองแมวกวักสีขาวตัวน้อยที่วันๆเอาแต่กวักมือเรียกลูกค้าได้ทั้งวัน เสียงที่ได้ยินอยู่ในหัวตอนนี้ก็มีเพียงแค่เสียงกวักดัง กริ๊ก... กริ๊ก...กริ๊ก... กับเสียงเข็มนาฬิกา ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก... พร้อมเพรียงอย่างเป็นจังหวะ

อากาศร้อนอบอ้าวในเดือนกรกฏาคมที่ใครๆต่างก็ไปเที่ยวทะเลหรือออกไปกินอะไรเย็นๆอย่างไอศกรีมหรือน้ำแข็งใส มีแต่ฉันเท่านั่นที่นั่งจุ้มปุ้กอยู่ในร้านขนมเนโกะยานางิคนเดียว...

ขออธิบายว่าคนเดียวในที่นี้คือ มนุษย์หนึ่งคนที่ยังคงต้องมานั่งเฝ้าร้านในขณะที่มนุษย์คนอื่นได้ออกไปลั่นล้าในช่วงวันหยุดพักร้อนจนหายหัวไปหมดทั่วพื้นที่

แม้ว่าท่านเจ้าของร้านจะกลับมาให้ฉันได้เห็นหน้าเหี่ยวๆของแกที่ร้านในสัปดาห์นี้ แต่สุดท้ายแกก็หายตัวไปพร้อมกับทิ้งสิงค้าใหม่และข้อความไว้ว่าแกจะหยุดพักฤดูร้อนไปเที่ยวกับเมียจ๋าที่วังมังกรซะหน่อย แค่นั้น...

 

ลุงแก่~! สุดท้ายฉันก็ต้องมาเฝ้าร้านคนเดียวต่ออีกเรอะเฮ้ย!

 

ความจริงฉันไม่ต้องมาที่ร้านก็ได้นี่นา ขนาดเจ้าของร้านที่แม้แต่ร้านก็ไม่มีดูแล ลูกน้องเจ้าของร้านก็อู้ได้เหมือนกันนะเฟ้ย อากาศร้อนอบอ้าวขนาดในร้านจะกลายเป็นเตาอบขนมปังถั่วแดงแบบนี้ ใครมันจะมาเฝ้าให้โง่~

บ่นไปก็งั้น เพราะสุดท้ายแล้วฉันก็มานั่งเปิดร้านต่อไป ทั้งๆที่มีเหตุผลให้อู้งานเป็นเข่งขนาดนั้น

คงเพราะว่าเราดันไปสัญญากับยามาซากิคุงให้พาคนที่ชอบมาที่ร้านเราสัปดาห์นี้ แถมเบอร์ติดต่อก็ไม่มี เวลาวันที่ก็ไม่ได้นัด สังเวชความง่าวของตัวเองอย่างแรงที่ไม่ถามให้เรียบร้อยก่อน นี่ก็มานั่งรอเป็นวันที่สามในสัปดาห์นี้แล้วนะเนี่ย

หลับหน้าร้านก็หลับไม่ลงเพราะมันร้อน ตอนนี้ก็ได้แต่จ้องน้องเหมียวกวักมือไปเรื่อยๆ เพื่อว่าจะมีเงินพ่นออกจากปากบ้าง แต่มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วนี่เนอะ...

 

“ไม่น่าลืมซื้อซีคิดส์ฉบับใหม่เลยแฮะ...” ฉันบ่นออกมาในที่สุด

 

ไม่มีคนพูดด้วยก็พูดกับตัวเองซะเลย

 

แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดกับตัวเองต่อ ใบหน้าจืดๆของพ่อหนุ่มยามาซากิในชุดเครื่องแบบสีดำขอบทองที่ฉันไม่เคยเห็นก็ลอยผ่านหน้าร้านมาให้เห็นซะที

 

“ชะอ้าว!? ยามาซากิคุง! นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” ฉันร้องทักและรีบเตรียมน้ำชาให้ลูกค้าขาประจำทันที

 

“ขอโทษนะครับที่ไม่ได้นัดล่วงหน้าไว้เลย ผมเองก็พึ่งจะได้เลิกงานก็วันนี้แหละครับ แล้วก็ผมพามาแล้วนะครับ” เขายิ้มพร้อมกับชำเลืองมองข้างหลังของเขา ปรากฏว่า...

 

“คุณยามาซากิรู้จักกับเถ้าแก่เนี้ยร้านนี้หรอครับเนี่ย? ขนมปังแกงกระหรี่ของร้านนี้ผมว่าค่อนข้างใช้ได้เลยนะครับ”

 

เห้ย..........?

เด็กแว่นคนนั้น หน้าคุ้นๆอยู่นา...

 

“ร้านนี้เขาขายทั้งขนมญี่ปุ่นโบราณและร่วมสมัย แถมได้น้ำชาฟรีอีกด้วย ผมเลยคิดว่าชินปาจิคุงจะชอบที่นี่นะครับ แถมเถ้าแก่เนี้ยก็บอกให้ผมชวนคนมาเยอะด้วยแหละครับ”

 

เอ๊ะ................?

ฉันบอกให้ชวนมางั้นหรอ...

 

“ขอบคุณครับ ว่างๆผมจะลองพาท่านพี่มาที่นี่ด้วย แล้วก็คุณกินกับคางุระจังด้วย”

 

บทสนทนาของเด็กหนุ่มสองคนตรงหน้าดำเนินอย่างเรียบง่ายตามสไตล์เด็กม.ปลายสองคนมาหาอะไรกินหลังเลิกเรียนกวดวิชา

 

แต่ว่า......

แต่ว่า...........

 

“ยะ... ยามาซากิคู้ง~” ฉันกวักมือเรียกอันปังบอยท่าเดียวกับแมวกวักหน้าร้าน ทำไมรู้สึกเหมือนน้ำลายมันหนืดเต็มคอยังไงก็ไม่รู้ “เถ้าแก่เนี้ยอยากจะขอคุยด้วยซักประเดี๋ยว เออ... เรื่องของ... เอ.... สินค้าสั่งซื้อของนายน่ะ”

 

“อย่างนั้นหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นผมของตัวซักครู่นะครับ ชินปาจิคุง” อันปังบอยหันไปบอกเพื่อนหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ในขณะที่เด็กหนุ่มใส่แว่นอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบเช่นกัน

 

“ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ดูเหมือนฝ่ายคุณยามาซากิจะยุ่งมากกว่านะครับ”

 

“แฮะๆ ถ้างั้นรอแป๊บนึงนะ”

 

ฉันรีบพายามาซากิคุงออกมาที่หลังร้าน เพื่อที่จะได้คุยกันโดยบุคคลที่สามที่นั่งรอไม่ได้ยิน

 

“คือว่านะ... ยามาซากิคุง” ฉันเริ่มพูดคนแรกโดยพยายามพูดให้น้ำเสียงออกมาปกติที่สุด “คือว่าเด็กหนุ่มคนนั้นน่ะ... ใครอ่ะ? รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเคยมาซื้อขนมปังแกงกระหรี่ที่ร้านฉันครั้งนึงด้วยนา”

 

หนุ่มแว่นหน้าเหี้ยมเมื่อครั้งก่อนที่แสดงความสามารถในด้วยการเอานิ้วชี้และนิ้วกลางจิ้มรูจมูกสิบโทเหมือนลูกโบว์ลิ้งค์ และการขว้างออกไปร่าวกับพุ่งหอก ได้เป็นใครใครก็จำติดตาได้ทั้งนั้นแหละ

 

“อ่อ ชิมุระ ชินปาจิคุงครับ เขาทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านรับจ้างสารพัดกินจังในคาบุกิโจวครับ”

 

“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น คือฉันนึกว่านายจะพาคนที่นายชอบมาที่ร้าน แต่นี้นายเอาเพื่อนของนายมาแทนงั้นหรอ โธ่... ฉันก็นึกว่านายจะใจกล้าชวนสาวมาได้นะเนี่ย”

 

“สาว? ผมไม่ได้พูดถึงผู้หญิงแม้แต่นิดเลยนะครับ”

 

“ห๊า? ก็นายพูดถึงคนที่ชอบอยู่ไม่ใช่หรอ? ที่จะพามาร้านน่ะ.... เดี๋ยวก่อนนะ เราคุยเรื่องเดียวกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”

 

เรื่องมันชักแปลกแล้วนา ยามาซากิคุง! แถลงไขมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!

 

“เถ้าแก่เนี้ยครับ...” เขาขมวดคิ้วและมองฉันด้วยสายตาที่ตรงไปตรงมาที่สุด “นี่เถ้าแก่เนี้ยไม่ได้คิดว่าคนที่ผมชอบไม่ใช่ผู้หญิงหรอ?”

 

“..........................................”

 

....นี่เถ้าแก่เนี้ยไม่ได้คิดว่าคนที่ผมชอบไม่ใช่ผู้หญิงหรอ?....

 

....คนที่ผมชอบไม่ใช่ผู้หญิง....

 

....ไม่ใช่ผู้หญิง....

 

ติ๊ก........ ต๊อก.........

ติ๊ก........ ต๊อก.........

ติ๊ก........ ต๊อก..........

 

“......................................................................................................................................................................................................... ก็ไม่ได้คิดนะสิเว้ย!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

ผิดคาดวุ้ย! เรื่องแบบนี้ไม่เคยมีอยู่ในหัวซักนิดเดียว สรุปที่ผ่านมาตูผิดเองใช่มะ? ผิดเองใช่มะ?

 

ยามาซากิคุงที่หายตะลึงกับคำตอบของฉันแล้ว ก็รีบห้ามก่อนที่เด็กหนุ่มอีกคนที่รออยู่ในร้านจะจับสังเกตได้ “ใจเย็นๆก่อนได้ไหมครับ เถ้าแก่เนี้ย! เดี๋ยวชินปาจิคุงเขา...”

 

“ช่างหัวชินปาจิคุงนั้นก่อน! มาเคลียร์ให้รู้เรื่องบัดเดี๋ยวนี้เลย! ขอเรียบเรียงก่อนนะ วันนั้นนายมาเล่าเรื่องของคนที่นายชอบและขอคำปรึกษาเรื่องซื้อของขวัญวันเกิด ซึ่งฉันก็ตกลงช่วยนายพร้อมกับให้นายพาคนคนนั้นมาที่ร้านฉันอาทิตย์นี้”

 

 “ใช่ครับ”

 

“แต่! นายไม่ได้บอกฉันว่าคนที่นายชอบ ไม่ได้เป็นผู้หญิง ฉะนั้นฉันก็เลยเข้าใจว่านายกำลังมีความรักกับเด็กสาววัยแรกรุ่น”

 

“คงจะเป็นอย่างนั้นล่ะครับ”

 

“ฉะนั้น! เด็กหนุ่มใส่แว่นที่นายพามาที่ร้านวันนี้ก็คือตัวตนที่แท้จริงของคนที่นายชอบ โดยที่ฉันไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่ามันจะเป็นแบบนี้”

 

“ก็... ครับ” ว่าแล้วยามาซากิคุงก็ตีสีหน้าผิดหวังอย่างแรง “ผมนึกว่าเถ้าแก่เนี้ยจะรู้ดีซะอีก... เรื่องความรักแบบนี้”

 

“เฮ้ยๆ ไหงมาคาดหวังว่าฉันเชี่ยวชาญความรักแขนงนี้ได้ละห๊ะ?”

 

“เถ้าแก่เนี้ยไม่เคยเห็นหรอครับ? ตัวละครในหนัง การ์ตูน หรือสมาชิกบอยแบนด์ ที่มีชื่อเสียงไม่ก็เป็นที่ฮิตกันในหมู่หญิงสาว มักจะมีเรื่องความรักแบบ ว๊าย~ อย่างโดจินหรือฟิคชั่นขึ้นมาในเว็บบอร์ดอยู่บ่อยๆ โดยเปอร์เว็นต์ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็นคนเขียนโดจินและฟิค ว๊าย~  มักจะเป็นผู้หญิงไม่ใช่หรือครับ? ผมก็เลยนึกว่าผู้หญิงมักจะเชี่ยวชาญเรื่องแบบนี้ซะอีก”

 

“นี่นายเหมาเอาฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญไปด้วยหรอเนี่ยห๊า? ล้างหูฟังฟังไว้เลยนะ เรื่อง ว๊าย~ น่ะมันไม่ได้ถูกจำกัดไว้ที่ผู้หญิงซะหน่อย อีกอย่างไอ้ ว๊าย~ เนี่ย มันหมายถึง ว๊าย~ ยาโอย กับ ว๊าย~ ยูริ ได้ด้วย ดังนั้นไอ้เรื่องจิ้น ว๊าย~ ยาโอยมันไม่ได้ถูกแบ่งแยกว่าต้องเกิดขึ้นกับผู้หญิงอย่างเดียวหรอก เพราะผู้หญิงที่เสพ ว๊าย~ ยูริ ก็ยังมี อีกอย่างแม้แต่ผู้ชายเองก็มีทั้งที่เสพ ว๊าย~ ยาโอย กับ ว๊าย~ ยูริ เหมือนกัน แต่เพราะว่านายไปจำกัดอยู่ที่ว่า มีแค่ผู้หญิงที่เสพ ว๊าย~ ยาโอย และผู้ชายเสพ ว๊าย~ ยูริ มันก็เลยเป็นภาพพจน์ให้นายแบบนี้ไงล่ะ! อ่านะ มันไม่ผิดหรอกที่นายจะเข้าใจแบบนั้น เพราะแรกๆฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

 

“โอ้โห ความรู้มีถึงขั้นนี้ไม่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญไม่ได้แล้วนะครับเนี่ย” ยามาซากิคุงเอ่ยปากชมพร้อมกับปรบมือให้อีกต่างหาก

 

สรุปตูพูดเรื่องอะไรอยู่วะเนี่ย....

 

เข้าเรื่องได้แล้วตูข้า! เดี๋ยวมันจะกลายเป็นการสัมมนาเรื่อง ว๊าย~  ซะงั้น

 

 “อย่าทำให้ฉันพูดผิดประเด็นได้ไหมเนี่ย กลับเข้าเรื่องๆ! ประเด็นที่ฉันจะบอกนายก็คือ ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะลงเอยแบบนี้ ก็เลยแบบว่า ผิดคาดสุดหูรูดไปเลยล่ะน่ะ”

 

“ดูหน้าเถ้าแก่เนี้ยตอนนั้นก็รู้แล้วล่ะครับ ที่ผมมาถามเถ้าแก่เนี้ยไม่ใช่แค่เพราะว่าคนรู้จักมีแต่ผู้ชายหรือเถ้าแก่เนี้ยอาจจะเชี่ยวชาญเรื่อง ว๊าย~ หรอกนะครับ แต่เพราะผมเห็นว่าเถ้าแก่เนี้ยไม่ใช่คนคิดมากและเป็นกันเอง ก็เลยหวังว่าเถ้าแก่เนี้ยจะไม่มีอคติกับเรื่องแบบนี้”

น้ำเสียงและใบหน้าของยามาซากิคุงสลดลงทันตาเห็น “ผมเองก็รู้ดีว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับชินปาจิคุงมันไม่ใช่สิ่งที่ทุกๆคนสามารถยอมรับได้อย่างแท้จริง เออ... คงไม่ถึงขั้นอย่างว่าหรอกครับ แต่มันเป็นความรู้สึกกังวลว่ามันจะไประแคะระคายสายตาคนนอกนะครับ ผมเองก็อยากจะหาคนที่สามารถรับฟังและให้กำลังใจในเรื่องแบบนี้อย่างจริงใจเหมือนกันนะครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นนายจะเอาเรื่องนี้มาระบายกับฉันทำไมล่ะ คนที่นายต้องระบายความรู้สึกทั้งหมด คือเด็กคนนั้นไม่ใช่หรอ?”

 

คำถามของฉันทำให้เขาเงียบไปซักครู่ ก่อนที่จะสารภาพออกมา

 

“ผม... กลัวว่าชินปาจิคุงจะไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันกับผมน่ะสิครับ ผมรู้แล้วว่าตัวผมรู้สึกอย่างไรกับเขา แต่ผมไม่รู้เลยว่าเขารู้สึกอย่างไรกับผม คือผมยังไม่คิดจะสารภาพรักหรอกนะครับ แต่ผมอยากจะให้ของขวัญวันเกิดแก่ชินปาจิคุงนั้นเป็นโอกาสให้ผมได้ทุ่มเทเวลาพร้อมกับแรงกายและแรงใจเพื่อเขาสักครั้งนึงน่ะครับ”

 

คราวนี้คนที่เงียบไปคือฉันเองที่ไม่สามารถที่จะเอ่ยปากปฎิเสธหรือคัดค้านคำพูดที่เต็มไปด้วยความอุตสาหะของเขาได้ซะแล้ว ฉันเดินหันหลังกลับเข้าร้านเพื่อเอาถ้วยน้ำชาไปให้ลูกค้าที่รออยู่โดยไม่ได้ปริปากอะไร

 

“ถะ... เถ้าแก่เนี้ยครับ?” ยามาซากิคุงถามเมื่อเดินตามฉันมาถึงหน้าร้าน

 

“คุยกันนานไปเดี๋ยวชิมุระคุงก็เหงาแย่เลยนะ ยามาซากิคุง เดี๋ยวฉันจะเตรียมสินค้าให้นายเอง วันศุกร์นี้ก็มาเอาที่ร้านได้ตั้งแต่เที่ยงเลยนะ” ฉันยิ้มและส่งถ้วยชาให้กับเขาและคนที่เขาพามาด้วย “ฉันไม่ขอรบกวนนายกับเพื่อนแล้วล่ะนะ อยากได้อะไรสั่งมาเลยเดี๋ยวฉันเตรียมให้ ระหว่างนี้อยากคุยอยากทำอะไรกันฉันไม่ว่าหรอก ใช้เวลาให้เต็มที่ได้เลยเพราะคนอื่นๆแถวนี้ไม่ใครนอกจากพวกนายแล้วล่ะ”

 

พ่อหนุ่มยามาซากิคุงอึ้งเล็กน้อย แต่เมื่อเข้าใจความหมายของฉันแล้ว เขาก็ก็พยักหน้ารับและนั่งลงข้างๆชิมุระคุงที่นั่งรอมานาน

 

“ดูเหมือนคุณยามาซากิจะงานยุ่งเหมือนกันนะครับ”

 

“ก็ไม่เยอะหรอกนะ ว่าแต่ชินปาจิคุงอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?”

 

“ถ้าอยากนั้นขอเป็นโมจินั้นละกันครับ คุณยามาซากิจะเอาอะไรหรือเปล่าครับ?”

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอแบบเดียวกับชินปาจิคุงก็แล้วกันนะครับ”

 

ฉันมองดูการสนทนาของทั้งสองอย่างเงียบๆ และพยายามปล่อยให้ทั้งสองได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันให้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แต่แม้ว่าแสงอาทิตย์เริ่มเลือนลางและท้องฟ้าภายนอกเริ่มมืดแล้ว ฉันยังเห็นได้ว่าภายในจิตใจของยามาซากิคุงในตอนนี้ยังคงสว่างไสว่อยู่ได้ต่อไป แม้เขาจะไม่รู้ว่าชิมุระคุงมีความรู้สึกอย่างไร แต่เพียงช่วงเวลานี้เท่านั้นที่เขาอยากจะสละเวลาส่วนตัวเพื่อคนที่เขาชอบ มันก็เท่านั้นเอง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 ตรงกับชื่อหัวข้อ... อู้ทั้งงานที่โรงเรียน อู้วาดอีเวนท์เควส มาจบลงที่สุดสัปดาห์เอาอะไรมาวาดก็ไม่รู้
 
 
 
 
 
 ภาพที่หนึ่ง..... ถ้าหากชุดยูนิฟอร์มหญิงของฮัทสึกิต้องเปลี่ยนเป็นกระโปรงล่ะ?
 ฮัทสึกิ: ง่ะ... ไม่ค่อยชอบกระโปรงเท่าไหร่ ดูไม่เหมาะกับสไตล์ของเราอย่างแรง ก็บอกแล้วว่า.....
 
 
 
 
 
 
 "ตัวเราในชุดกระโปรง ไม่น่ารักขนาดนี้หรอก"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  
 
 เชื่อยัง? ไม่น่ารักเลย....
 (มุกเก่าไปป่าววะเนี่ย...)
 
 
 ภาพที่สอง.... จากคำถามร้อยข้อที่ผ่านไป ข้อที่ว่าถ้าตื่นมาแล้วกลายเป็นเพศตรงข้าม จะทำยังไง?
 ไม่ทำอะไรหรอก... คอสเป็นคุณพ่อ หรือลองเอายูนิฟอร์มชายมาใส่ดี?
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 ไม่ว่าแบบไหนก็ไม่ต่างกันเลยเนอะ? แค่เปลี่ยนสีเสื้อจากเทาเป็นส้ม วาดให้อกแบน เพิ่มลูกคอ (ฮา)
 ถ้าเผอิญไปหน้าใครเพื่อนร่วมคุกคนไหนก็ขออภัยด้วย ไม่ได้ตั้งใจเลียนแบบนะเจ้าฮะ
 เหะ? หรือจะคอสเป็นคนคุกคนอื่นอีกซะเลย?
 
 
 
 ฮัทสึกิ: มีสิทธิ์โดนผปค.ท่านอื่น เหยียบ นะคะ... =_=
 
 
 
 เอาเป็นว่าใครอยากให้ลูกสาวเราคอสเป็นใครก็บอกมาได้เลย
 
 เพราะผปค.เป็นใหญ่นี่นา เวอะเฮอะๆๆ
 
 
 อ่อ แล้วก็เรามีแก้ไขเพิ่มเติมที่ข้อมูลตัวละครของฮัทสึกิมาบ้างแล้วนะคะ เพราะที่ผ่านมาคือลงแบบเผาๆไว้ก่อน
 
 
 รวมถึงเรื่อง NL and GL คิดไว้อยู่ว่าจะเอาดีไหม? สรุปคือ....
 
 
 
 ลองดูก็ได้..... แต่ขอไปเก็บข้อมูลดูก่อน (เก็บข้อมูลอะไรว๊า?)
 
 
 

Tags